Skip to main content

THE 365 DAY TRAVEL

ศิลป์แห่งวิถีชีวิต (ตอนที่ ๒ )

  • Home
  • ศิลป์แห่งวิถีชีวิต (ตอนที่ ๒ )
ศิลป์แห่งวิถีชีวิต (ตอนที่ ๒ )

ท่องไปดั่งสายลม : อัยย์ รินทร์

มวลน้ำที่ท่วมไปทั่วบริเวณ ไม่เว้นพื้นที่โรงเก็บเรือสำปั้น เรือข้างกระดาน และเรือกระแชงขนาดใหญ่ที่เคยบรรทุกสินค้า ข้าวของเครื่องใช้ภายในครัว อาหารสด อาหารแห้ง ตลอดจนสินค้าจำเป็น จะถูกนำลงเรือล่องไปทั่วทุกลุ่มแม่น้ำ ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำนครชัยศรี ตลอดจนลำคลองน้อยใหญ่ ทั้งคลองบางกอกน้อย คลองบางหลวง คลองมหาสวัสดิ์ คลองบางกรวย และคลองย่อยอื่น ๆ

จนกระทั่งความเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาบ้านเมืองให้เป็นไปตามโลกตามยุคสมัย บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองด้วยเส้นทางคมนาคมทางบก การค้าขายและการสัญจรทางน้ำจึงค่อย ๆ ลดน้อยถอยลง เสียงร้องตะโกน “เรือมอญมาแล้ว เรือมอญมาแล้ว” เงียบหายไปจากคุ้งน้ำ กลายเป็นเพียงภาพความทรงจำที่ยังบอกเล่าถึงตำนาน “ยิปซีแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา”

เพราะมีเรืออันเป็นเสมือนบ้าน เดินทางสัญจรและเป็นร้านสินค้าเคลื่อนที่ล่องไปทั่ว สิ่งเหล่านี้ล้วนบ่งบอกถึงอัตลักษณ์และภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม ภาพฝันและความหวังของชาวบ้านในชุมชนเล็ก ๆ แห่งนี้ ที่ปรารถนาจะรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้เก่า ๆ ในแต่ละยุคสมัย มาจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชน โลกแห่งความฝันถูกย่อไว้ในตัวแบบอาคาร แปลนอาคารที่ยังไม่แล้วเสร็จ และเสาตอม่อที่จมน้ำ นึกถึงแล้วกลับกลายเป็นสิ่งที่ตอกย้ำให้เห็นถึงความจริง “เงิน…งบประมาณ” เงินเท่านั้นที่จะเนรมิตฝันให้เป็นจริงได้ และโดยมากผู้มีอำนาจหรือผู้มั่งมีมักจะใช้ไปกับการแสวงหากำไร จากการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัย สมุนไพร หรืออะไรก็ตาม

“ทุกสิ่งเปลี่ยนไป ล้วนมีบริบทและเงื่อนไขของกาลเวลา” ปรับโหมดอารมณ์ เลื่อนสายตามองไปยังตึกก่ออิฐถือปูน ช่องลมฉลุลายพรรณพฤกษา หลังคาทรงปั้นหยา มุงด้วยกระเบื้องว่าว แบบสถาปัตยกรรมตะวันตก ซึ่งเป็นที่นิยมกันในยุคสมัยพระพุทธเจ้าหลวง (รัชกาลที่ ๕) ว่ากันว่าเดิมเป็นกุฏิของพระอาจารย์บุนนาค ปทุโม อดีตเจ้าอาวาสรุ่นที่ ๔ ที่ชาวบ้านร่วมใจกันสร้างในปี พ.ศ. ๒๔๑๗

#The365day travel #Travellike thewind #Wat Sala Daeng Nuea(Mon) #Pathumthani
#The365day travel #Travellike thewind #Wat Sala Daeng Nuea(Mon) #Pathumthani
#The365day travel #Travellike thewind #Wat Sala Daeng Nuea(Mon) #Pathumthani
#The365day travel #Travellike thewind #Wat Sala Daeng Nuea(Mon) #Pathumthani

ถัดไปเป็นกุฏิพระสงฆ์ น้ำท่วม โถงกลางของศาลามีพระพุทธรูป และด้านหลังมีเครื่องกรองน้ำโบราณ มรดกที่ถูกทิ้งไว้ให้คนรุ่นใหม่จะได้เรียนรู้ สายลมกรีดใบไม้ไหวสะบัด เลื่อนสายตาไปรอบพื้นที่อาณาบริเวณวัดที่จมน้ำ เรือพลาสติกสองลำผูกโยงกับต้นไม้ไว้ใช้ยามคับขัน มองผ่านกุฏิหลังเก่าไปยังอีกฟากถนนใกล้กำแพงวัด หอไตรปิฎกที่สร้างสมัยรัชกาลที่ ๗ รูปแบบอาคารคอนกรีตทรงสี่เหลี่ยม ด้านบนมีเจดีย์มุตาว ประตูทางเข้ามีตราครุฑ และภายในนั้นมีคัมภีร์ใบลานภาษามอญมากกว่า ๔,๐๐๐ พับ

หนึ่งในนั้นมีคัมภีร์ใบลาน “คู่มือเด็กวัด” ร้อยกรองตามฉันทลักษณ์มอญ ที่จารลงบนใบลานตามต้นฉบับซึ่งพระอาจารย์อะเฟาะมหาเถระได้ประพันธ์ไว้กว่า ๒๘๐ ปีมาแล้ว และอีกผูกหนึ่งที่นายเทียม ราษฎร์นิยม ได้แต่งคำกลอนภาษาบอกเล่าเรื่องราวการสร้างเมืองปทุมธานี ราวปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ในรัชสมัยพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) แปลโดย อาจารย์พิศาล บุญผูก

ยังมีอีกหลายสิ่งที่ชุมชนชาวไทยเชื้อสายมอญวัดศาลาแดงเหนือได้รับมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ไม่ว่าจะเป็นภูมิปัญญาดังกล่าวไว้ในตอนต้น บ้านเรือน ตลอดจนวัฒนธรรมทางด้านอาหาร ประเพณี วิถีการดำรงชีวิตที่เรียบง่าย และศรัทธามั่นในพุทธศาสนา ท่ามกลางสภาวะยุคสมัยแห่งความท้าทาย เราจะแสวงหาทางออกและความมั่นคงของชีวิตที่สงบสุข ปลอดภัยได้จากที่ใดกันเล่า ที่จะเป็นเกราะคุ้มกัน “บ้าน วัด โรงเรียน” คำสั้น ๆ แต่มากล้นคุณค่าและความหมาย ที่แห่งนั้นคือจุดเริ่มต้นแห่งความสมดุล เมื่อคนในบ้านรักใคร่กลมเกลียว มีปัญหาหรืออุปสรรคก็ช่วยกันแก้ไข คือสิ่งค้ำยันที่จะนำไปสู่ชุมชน สังคมและประเทศชาติที่รุ่งเรืองด้วยธรรมภิบาล

ทว่าเมื่อระลึกถึงสัจธรรมแห่งความจริงที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ “ทุกสรรพสิ่งล้วนมีเกิด ดับสลาย ไม่เว้นผู้มั่งมี คนฉลาด ยาจก คนโง่ คนบ้า และสรรพสัตว์ ล้วนต้องตายทั้งสิ้น เปรียบเสมือนภาชนะดินที่ช่างปั้นแล้ว เล็กบ้าง สุกบ้าง ดิบบ้าง ซึ่งในที่สุดก็แตกสลายไป”

…เสียงไม้กวาดที่ชายชรากวาดใบไม้ไปมาลานหน้าพระอุโบสถเงียบหายไป ผมเอื้อมมือเปิดประตูรถ

“ป๊า! เรามาที่นี่กันทำไมเหรอคะ?”

“พาหนูมาดูว่าคนที่อยู่ริมน้ำ พวกเขาอยู่และใช้ชีวิตกันอย่างไรในฤดูน้ำท่วม?”

“แต่หนูไม่เห็นอะไรเลยนะ?”

“จะเห็นได้อย่างไรในเมื่อสายตาจดจ้องอยู่แต่โทรศัพท์” ผมย้อน

“แล้วเราจะไปไหนกันต่อคะ?”

“ไม่บอก ปล่อยให้งง!” ผมหัวเราะทันทีที่เห็นเธอเหลือบสายตามองเพดานหลังคารถ แบะปาก ส่งเสียง “เชอะ! หนูไม่อยากรู้ก็ได้ ไปไหนก็ไป หิวแล้วค่ะ….”

หมายเหตุ

  • หนังสือ มรดกบ้านศาลาแดงเหนือ  มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

  • อ้างอิงพระพุทธพจน์และชื่อหนังสือ อารมณ์กับจริยศาสตร์

ขอบคุณภาพพิพิธภัณฑ์จาก: เพจ มอญบ้านศาลาแดงเหนือ

#The365day travel #Travellike thewind #Wat Sala Daeng Nuea(Mon) #Pathumthani

หอไตรปิฎก

ภาพโดย ศรยุทธ รุ่งเรือง

Leave a comment